เกี่ยวกับ TACC

ระบบยื่นขอรับรองหลักสูตรเพื่อพัฒนาทักษะดิจิทัลของข้าราชการและบุคลากรภาครัฐ หรือระบบ TACC (Training Accreditation & Course Certification) เป็นระบบสารสนเทศที่พัฒนาขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่สถาบันอบรม และผู้ทรงคุณวุฒิ ในการยื่นขอรับรองหลักสูตร และยื่นสมัครเป็นผู้ประเมินหลักสูตร
ทั้งนี้ ตามมติคณะรัฐมนตรี ในการประชุมเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 มีมติมอบหมายให้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดศ.) รับผิดชอบรับรองกรอบหลักสูตรผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงภาครัฐและผู้ช่วยผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงภาครัฐ รวมทั้งติดตาม ประเมินผล และให้คำแนะนำการปรับปรุงและแนวทางการพัฒนาหลักสูตรให้เหมาะสมกับบริบทและกลุ่มเป้าหมายการพัฒนา ได้แก่ ผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงภาครัฐและผู้ช่วยผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงภาครัฐ
ต่อมา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดศ.) ได้นำเรื่อง ขอขยายกลุ่มเป้าหมายในการรับรองหลักสูตรเพื่อพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้ครอบคลุมการพัฒนาข้าราชการและบุคลากรภาครัฐทั้ง 6 กลุ่ม (ผู้บริหารระดับสูง ผู้อำนวยการกอง ผู้ทำงานนโยบายและวิชาการ ผู้ทำงานด้านบริการ ผู้ปฏิบัติงานด้านเทคโนโลยี และผู้ปฏิบัติงานอื่น ๆ) เสนอต่อคณะรัฐมนตรี ในการประชุมเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2564 มีมติเห็นชอบตามที่ ดศ. เสนอ และมอบหมายให้ สดช. เร่งกำหนดมาตรฐานของหลักสูตรการพัฒนาทักษะดิจิทัลสำหรับข้าราชการและบุคลากรของรัฐในแต่ละกลุ่มเป้าหมาย กำหนดกลไกการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ
ด้วยเหตุนี้ สดช. จึงได้ดำเนินการพัฒนาและจัดทำระบบยื่นขอรับรองหลักสูตรเพื่อพัฒนาทักษะดิจิทัลของข้าราชการและบุคลากรภาครัฐ หรือระบบ TACC ขึ้น เพื่อใช้สนับสนุนการรับรองหลักสูตร การบริหารจัดการและการติดตามผลการรับรองหลักสูตรเพื่อพัฒนาทักษะดิจิทัลของข้าราชการและบุคลากรภาครัฐ ตลอดจนใช้ในการเผยแพร่และประกาศข้อมูลข่าวสารประชาสัมพันธ์ ตลอดจนหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่เกี่ยวข้องกับการขอรับรองหลักสูตร การประเมินหลักสูตร และการรับสมัครผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อคัดเลือกเป็นผู้ประเมินหลักสูตรอีกด้วย
ตราสัญลักษณ์การรับรองหลักสูตรฯ

การใช้ตราสัญลักษณ์
1. ใช้ตราสัญลักษณ์การรับรองหลักสูตรฯ เพื่อแสดงให้ได้ว่าหลักสูตรนั้นเป็นหลักสูตรที่ผ่านการรับรอง (รูปแบบ “รับรอง”) จากสำนักงานคณะกรรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) เท่านั้น
2. ใช้ตราสัญลักษณ์การรับรองหลักสูตรฯ ตามหลักสูตรที่ สดช. กำหนด โดยสามารถพิจารณาจากรหัสของหลักสูตร หรือจากทะเบียนรายชื่อหลักสูตรที่ผ่านการรับรองจาก สดช. (รูปแบบ “รับรอง”)
3. ใช้ตราสัญลักษณ์การรับรองหลักสูตรฯ ได้จนกระทั่งหลักสูตรที่ผ่านการรับรองจาก สดช. หมดอายุการรับรอง
4. ใช้ตราสัญลักษณ์การรับรองหลักสูตรฯ ได้ในสื่อเอกสารประกอบการเรียนการสอนของหลักสูตรที่ผ่านการรับรองจาก สดช. เท่านั้น เช่น เอกสารนำเสนอ เอกสารบรรยาย แบบทดสอบ แบบประเมิน ประกาศนียบัตร เอกสารรับรองการผ่านหลักสูตร เอกสารรับรองการเข้ารับการอบรม เป็นต้น
5. ใช้ตราสัญลักษณ์การรับรองหลักสูตรฯ ได้ในสื่อประชาสัมพันธ์ของหลักสูตรที่ผ่านการรับรองจาก สดช. เท่านั้น เช่น สื่อสิ่งพิมพ์ ฉากหลังเวที ฉากหรือป้ายภายในงานอบรม/กิจกรรมการสอน การทดสอบ การฝึกปฏิบัติ รวมถึงสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ฉากหลักห้องประชุมอิเล็กทรอนิกส์ เว็บไซต์ เป็นต้น
6. ใช้ตราสัญลักษณ์การรับรองหลักสูตรฯ จากไฟล์ตราสัญลักษณ์ที่ได้รับมอบจาก สดช. เท่านั้น
7. ใช้ตราสัญลักษณ์การรับรองหลักสูตรฯ สำหรับหลักสูตรที่ผ่านการรับรองจาก สดช. หรือไม่ก็ได้ โดยให้ถือเป็นความสมัครใจของสถาบันอบรมหรือหน่วยจัดอบรม ในการแสดงตราสัญลักษณ์ดังกล่าวบนสื่อเอกสารประกอบการเรียนการสอนของหลักสูตร หรือสื่อประชาสัมพันธ์ของหลักสูตร ทั้งนี้ กรณีสถาบันอบรมหรือหน่วยจัดอบรมประสงค์ไม่แสดงตราสัญลักษณ์การรับรองหลักสูตรฯ บนสื่อใด ๆ ของหลักสูตรที่ผ่านการรับรองจาก สดช. ให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้
7.1) สถาบันอบรมหรือหน่วยจัดอบรม แจ้งให้ผู้ที่สนใจลงสมัคร หรือลงทะเบียนเข้ารับการอบรมหลักสูตรตลอดจนผู้เข้ารับการอบรม ได้รับทราบ เข้าใจ และตระหนักว่าหลักสูตรที่ตนประสงค์ลงสมัคร หรือลงทะเบียนเข้ารับการอบรม เป็นหลักสูตรที่ผ่านการรับรองจาก สดช.
7.2) สถาบันอบรมหรือหน่วยจัดอบรม แจ้งให้ผู้ที่สนใจลงสมัคร หรือลงทะเบียนเข้ารับการอบรมหลักสูตร ตลอดจนผู้เข้ารับการอบรม ได้รับทราบ เข้าใจ และตระหนักว่าสถาบันอบรมหรือหน่วยจัดอบรมจำเป็นต้องมีการนำส่งข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลของผู้เข้าอบรมแก่ สดช. เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดและแนวทางปฏิบัติตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดไว้
8. กรณีสถาบันอบรมหรือหน่วยจัดอบรมประสงค์แสดงตราสัญลักษณ์การรับรองหลักสูตรฯ ต้องแสดงรหัสของหลักสูตร และชื่อของหลักสูตรให้ชัดเจน เพื่อให้ผู้ที่สนใจลงสมัคร หรือลงทะเบียนเข้ารับการอบรมหลักสูตร ตลอดจนผู้เข้ารับการอบรม ได้รับทราบ เข้าใจ และตระหนักว่าหลักสูตรนี้ผ่านการรับรองจาก สดช.
ข้อห้ามในการใช้ตราสัญลักษณ์
1. ห้ามใช้ตราสัญลักษณ์การรับรองหลักสูตรฯ เพื่อทำให้ผู้ที่เห็นตราสัญลักษณ์ดังกล่าวเข้าใจ รับทราบ หรือตระหนักว่าหลักสูตรที่ผ่านการรับรองจาก สดช. ทั้งที่ในความเป็นจริง หลักสูตรดังกล่าวยังไม่ได้ผ่านการรับรองหลักสูตร ยกเว้น
1.1) มีการระบุหรืออธิบายให้ผู้ที่เห็นตราสัญลักษณ์ รับทราบว่าหลักสูตรใดคือหลักสูตรที่ผ่านการรับรองจาก สดช. และหลักสูตรใดไม่ได้ผ่านการรับรองจาก สดช. โดยการระบุหรือการอธิบายของสถาบันอบรมหรือหน่วยจัดอบรมบนสื่อประชาสัมพันธ์ หรือเอกสารใด ๆ จะต้องระบุหรืออธิบายด้วยตัวอักษร และ/หรือรูปภาพ และ/หรือสัญลักษณ์ ที่เห็นได้เด่นชัด สังเกตได้โดยง่าย และปรากฏอยู่ในหน้ากระดาษเดียวกันกับเอกสารที่ปรากฏตราสัญลักษณ์ หรือหน้าจอเดียวกันกับหน้าจอที่ปรากฏตราสัญลักษณ์ สำหรับสื่ออิเล็กทรอนิกส์
1.2) มีการประชาสัมพันธ์ สื่อสาร และชี้แจงให้ผู้ที่สนใจลงสมัคร หรือลงทะเบียนเข้ารับการอบรมหลักสูตรได้รับทราบ เข้าใจ และตระหนักว่าหลักสูตรที่ตนประสงค์ลงสมัคร หรือลงทะเบียนเข้ารับการอบรม คือหลักสูตรที่ไม่ได้ผ่านการรับรองจาก สดช. (หรือคือหลักสูตรที่ผ่านการรับรองหลักสูตรจาก สดช. กรณีที่เป็นการลงสมัครหรือลงทะเบียนเข้ารับการอบรมในหลักสูตรที่ผ่านการรับรองหลักสูตร และได้รับมอบตราสัญลักษณ์การรับรองหลักสูตรฯ)
2. ห้ามใช้ตราสัญลักษณ์การรับรองหลักสูตรฯ ภายหลังจากหลักสูตรที่ผ่านการรับรองจาก สดช. หมดอายุการรับรอง
3. ห้ามดัดแปลงองค์ประกอบ หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของตราสัญลักษณ์การรับรองหลักสูตรฯ ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น
4. ห้ามหมุนองค์ประกอบ หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของตราสัญลักษณ์การรับรองหลักสูตรฯ ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น
5. ห้ามเปลี่ยนแปลง หรือสลับตำแหน่งองค์ประกอบ หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของตราสัญลักษณ์การรับรองหลักสูตรฯ ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น
6. ห้ามปรับเปลี่ยนสีขององค์ประกอบ หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของตราสัญลักษณ์การรับรองหลักสูตรฯ ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น
7. ห้ามเพิ่มเติม หรือใส่องค์ประกอบอื่นใดเข้าไปในตราสัญลักษณ์การรับรองหลักสูตรฯ ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น
8. ห้ามนำตัวอักษร รูปภาพ วัตถุ ฯลฯ มาบดบัง ซ้อนทับ หรือดำเนินการใด ๆ ที่ทำให้ตราสัญลักษณ์การรับรองหลักสูตรฯ เห็นได้ไม่เด่นชัด หรือไม่ปรากฏองค์ประกอบ หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของตราสัญลักษณ์โดยสมบูรณ์ ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น